ดีไซน์ที่ไม่มีชื่อ(14)

ช่วงแรกของชีวิตลูกน้อยตั้งแต่ลืมตาดูโลก คือระยะเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้เวลาอยู่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุด การนอนกับลูกก็เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับเขาได้ดีที่สุด ในขณะเดียวกัน การนอนกับลูกก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรคำนึงถึงอยู่เช่นกัน ระหว่างการนอนกับลูกบนเตียงเดียวกันกับการแยกให้ลูกนอนบนที่นอนเด็กการนอนแบบไหนจะดีกับลูกน้อยมากกว่ากัน ก็ต้องพิจารณาจากข้อมูลดังต่อไปนี้

ข้อดีและข้อเสียของที่นอนเด็กเตียงเดียวกันกับคุณแม่

การให้ลูกน้อยนอนบนเตียงเดียวกับคุณแม่แทนการแยกให้เขาอยู่บนเบาะนอนเด็กนั้นมีข้อดีคือทำให้ทารกหลับได้ง่ายและหลับได้นานมากขึ้น เพราะเขาได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณแม่อย่างเต็มที่ จึงช่วยลดความกังวลแล้วรู้สึกผ่อนคลาย และสะดวกกับคุณแม่เองหากต้องให้นมลูกในตอนกลางคืน ในแง่ของพัฒนาการทางอารมณ์ ก็จะทำให้เขาเป็นเด็กที่อารมณ์ดี ไม่ขี้กังวลหรือขี้กลัวง่าย ๆ เพราะได้รับความอบอุ่นจากคุณแม่อย่างใกล้ชิดนั่นเอง

                ในขณะเดียวกัน ข้อเสียของการนอนบนเตียงเดียวกับคุณแม่คือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เพราะมีโอกาสที่คุณแม่จะพลิกตัวทับลูกได้ ส่งผลให้ลูกขาดอากาศหายใจ เสี่ยงต่อการเป็นโรคใหลตายในทารกหรือ SIDS ได้ ดังนั้น การแยกให้ลูกน้อยนอนบนที่นอนเด็กแต่ยังคงอยู่ในห้องเดียวกันก็จะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้ และยังสามารถสังเกตหรือดูแลลูกอย่างใกล้ชิดแม้ไม่ได้อยู่บนเตียงเดียวกัน

สิ่งที่ควรทำเมื่อที่นอนเด็กอยู่รวมเตียงเดียวกันกับคุณแม่

                สำหรับบางครอบครัวอาจมีความจำเป็นที่จะต้องให้ลูกน้อยนอนบนเตียงเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่ ไม่สามารถแยกให้ลูกนอนบนที่นอนเด็กได้ด้วยบริเวณที่จำกัด ก็สามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

1. จัดท่าทางการนอนบนเตียงเดียวกันให้ถูกต้อง

                การจัดท่าทางให้ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงของการกดทับได้ ท่าทางที่เหมาะสมสำหรับทารกคือท่านอนหงาย ไม่ควรนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ ตำแหน่งที่ดีสำหรับทารกคือการนอนข้าง ๆ คุณพ่อหรือคุณแม่คนใดคนหนึ่ง ไม่ควรนอนตรงกลางเพราะเสี่ยงที่ทั้งคู่จะพลิกตัวมาทับลูกหรือผ้าห่มปิดหน้า และไม่ให้ทารกอยู่ชิดขอบเตียง หมอนกั้น และผนังมากจนเกินไป

2. ใช้เตียงที่ไม่ยวบยาบหรือยุบง่าย

                เตียงที่ให้ทารกนอนกับคุณแม่ไม่ควรเป็นเตียงเก่าที่มีจุดยุบหรือซอกตามร่องต่าง ๆ เพราะเสี่ยงต่อการที่ทารกจะพลิกตัวคว่ำหน้าไปติดกับจุดยุบหรือร่องนั้นได้ อีกทั้งจุดยุบต่าง ๆ อาจส่งผลต่อการเจริญของรูปกระดูกที่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ของทารกอีกด้วย

                3. รักษาความสะอาดและสุขอนามัยเป็นอย่างดี

                การรักษาความสะอาดของที่นอนจะช่วยให้เด็กนอนได้อย่างสบายตัว หากไม่สะดวกในการซักล้างทำความสะอาดบ่อย ๆ อาจใช้เป็นเบาะนอนเด็กวางเสริมบนที่นอนได้ โดยควรเลือกใช้เป็นเบาะที่ทำจากวัสดุทำความสะอาดง่าย ระบายอากาศได้ดี มีโครงสร้างที่ช่วยให้ทารกสามารถหายใจผ่านได้ เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาดมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสุขอนามัยของคุณพ่อคุณแม่ หากสูบบุหรี่หรือมีสัตว์เลี้ยงให้งดการสูบบุหรี่และการนำสัตว์เลี้ยงเข้าห้องนอน

ควรแยกห้องนอนที่นอนเด็กกับลูกเมื่อเขาอายุเท่าไร

                เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง หากยังไม่สามารถแยกให้ลูกนอนบนที่นอนเด็กในห้องเดียวกันได้ อาจให้เขาแยกไปนอนอีกห้องหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน การแยกห้องนอนกับลูกน้อยนั้นไม่ได้มีข้อกำหนดอย่างตายตัวว่าควรแยกห้องกับเขาเมื่ออายุเท่าไร หากเป็นทารกอายุแรกเกิดถึง 3 เดือนที่ยังต้องดื่มแม่บ่อย ๆ ก็ควรอยู่ห้องเดียวกัน หลังจากนั้นให้พิจารณาถึงเรื่องความพร้อมของตัวเด็กเอง และคุณภาพในการหลับพักผ่อนของคุณพ่อคุณแม่เมื่อนอนกับลูก เพราะการแยกห้องนอนกันก็ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ถูกรบกวน หากพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถแยกห้องนอนกับลูกได้อาจใช้ตัวช่วยเป็นกล้อง Baby monitor และเลือกใช้ห้องนอนที่อยู่ใกล้กันมากพอที่จะได้ยินเสียงร้องของลูกน้อยในเวลากลางคืน

                การให้ลูกน้อยนอนอย่างใกล้ชิดกับคุณแม่นั้นมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งความสะดวกในการดูแลและพัฒนาการทางอารมณ์ที่เขาจะได้รับจากไออุ่นของคุณแม่ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ที่นอนเด็กแยกออกมา จะช่วยในเรื่องของความปลอดภัยได้มากกว่า และทำให้คุณแม่นอนหลับได้อย่างเต็มที่อีกด้วย