ดีไซน์ที่ไม่มีชื่อ(8)

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนเตรียมห้องนอนให้ลูกน้อย สมาชิกคนใหม่ของบ้าน นอกจากสีห้องที่ส่วนมากนิยมใช้สีที่สอดคล้องกับเพศของเด็กแล้ว อาทิ เด็กผู้ชายสีน้ำเงินหรือฟ้า เด็กผู้หญิงสีหวานอย่างสีชมพู เรื่องการจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในห้องนอนก็ต้องให้ความสำคัญ ลงรายละเอียดทุกตารางเมตร และเน้นที่ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นที่นอนเด็ก เฟอร์นิเจอร์ การใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงบรรยากาศภายในห้อง เพราะห้องนอนเด็กจะเป็นห้องที่ลูกน้อยใช้เวลาอยู่มากที่สุด โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่ต้องนอนหลับเพียงลำพัง ห่างไกลจากสายตาพ่อแม่

ด้วยเหตุนี้คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างห้องที่สามารถมั่นใจได้ว่าทุกย่างก้าวของลูกขณะอยู่ภายในห้องนอน จะสามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย เรามาดูกันดีกว่าว่า 5 ข้อที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เพื่อใช้ในการจัดห้องนอนที่ปลอดภัยให้กับลูกน้อยนั้นจะมีอะไรกันบ้าง

1.ที่นอนเด็กที่เหมาะสม

เริ่มต้นที่สิ่งสำคัญที่สุดของห้องนอน นั่นก็คือการเลือกที่นอนเด็กนั่นเอง สำหรับบ้านไหนที่ต้องการเตรียมห้องนอนไว้สำหรับเบบี๋วัยทารก ควรเลือกที่นอนที่มีที่กั้น หรือทำเป็นคอกกั้นไว้ เพื่อกันทารกพลิกตัวตกระหว่างนอน และให้ความสำคัญกับเบาะนอนทารก ควรเลือกที่จะทำให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย ไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป และใช้วัสดุที่ไม่ระคายเคืองต่อผิวทารก

แต่ถ้าบ้านไหนเตรียมห้องนอนสำหรับเด็กเล็กไม่ควรเลือกใช้เตียง 2 ชั้น แม้คุณจะมีลูก 2 คนพี่น้องก็ตาม ควรเลือกเป็นเตียงชั้นเดียววางคู่กัน จริงอยู่ที่เตียงสองชั้นคือเตียงในฝันของเด็ก ๆ และช่วยประหยัดพื้นที่ภายในห้อง แต่ก็แลกมากับความเสี่ยงในการตกเตียง หรือเตียงหักพัง เป็นอันตรายต่อลูกทั้งชั้นล่างและชั้นบน

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญต้องไม่วางเตียงหรือเบาะนอนทารกไว้บริเวณริมหน้าต่าง หรือใต้ชั้นวางของ เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายเช่นกัน ทางที่ดีควรวางไว้บริเวณที่โล่งติดผนัง เพราะนอกจากนะปลอดภัยแล้ว ยังทำให้ลูกรู้สึกปลอดโปร่งไม่อึดอัดอีกด้วย

2.เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น น้ำหนักเบา และบิวท์อิน

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องนอนเด็กนั้น เน้นเป็นของตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา และไม่ต้องมีจำนวนเฟอร์นิเจอร์มากนัก หลีกเลี่ยงของที่สามารถตกแตกได้ อย่างแจกัน กระจก กรอบรูป หรือของที่ทำจากเซรามิก และในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อย่างตู้หรือชั้น แนะนำว่าให้ติดตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน เพื่อป้องกันการปีนป่าย วิ่งชน จนอาจทำให้เฟอร์นิเจอร์ล้มมาทับตัวลูกได้

3.ลิ้นชักคือสิ่งต้องห้าม

เมื่อลูกน้อยกำลังเข้าสู่วัยเรียนรู้ ความซนคือหนึ่งในพฤติกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่สร้างความปวดหัวให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย และเฟอร์นิเจอร์ในห้องที่มีลิ้นชักอย่างโต๊ะ ตู้ หรือที่นอนเด็ก คือ ของเล่นชิ้นโปรดที่มีความอันตรายอยู่ไม่น้อย เพราะลิ้นชักอาจหลุดออกมาใส่ลูกได้ หรือโดนหนีบมือ เช่นเดียวกันกับตู้ที่เป็นที่เล่นซ่อนแอบชั้นดี หากไม่ระวังลูกอาจเข้าไปเล่นและติดอยู่ในตู้ก็เป็นได้ ทางที่ดีไม่ควรมี 2 สิ่งนี้อยู่ในห้อง แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ก็จะเป็นต้องมีกุญแจล็อคลิ้นชักทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ

4.ปลั๊กไฟต้องระวัง

เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีในทุก ๆ ห้อง แต่ก็เป็นสิ่งที่อันตรายต่อเจ้าตัวน้อยเป็นที่สุด ยิ่งในวัยอยากรู้อยากเห็นรูปลั๊กไฟ หรือเต้าเสียบปลั๊กไฟ คือสิ่งที่ลูกน้อยมักให้ความสนใจเอานิ้วแหย่เข้าไปสำรวจอยู่เป็นประจำ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกติดตั้งหรือวางไว้บนที่สูงให้พ้นมือเด็ก หรือหากการย้ายเต้าเสียบปลั๊กที่ฝังอยู่กับผนังนั้นยุ่งยากเกินไป ก็ให้หาอุปกรณ์ปิดรูปลั๊กที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปในปัจจุบัน มาปิดให้ครบทุกจุด วิธีนี้ก็ช่วยป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟให้กับลูกได้เช่นกัน

5.ให้ความสำคัญกับหน้าต่างห้องนอนเด็ก

หน้าต่างในห้องนอนเด็กควรมีกลอนล็อคที่แน่นหน้าทุกบาน และกลอนล็อคหน้าต่างก็ไม่ควรเลือกแบบที่เปิดออกได้ง่ายเกินไปจนเด็กสามารถเปิดเองได้ รวมถึงขนาดของหน้าต่างที่ไม่ควรเป็นบานกว้างมากนัก ที่สำคัญหน้าต่างควรอยู่ห่างหรืออยู่คนละฝั่งกับที่นอนหรือเบาะนอนทารก เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะพลัดตกลงไปได้ แม้การมีหน้าต่างในห้องนอนเด็กอาจดูอันตราย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ควรมี เพราะห้องนอนจำเป็นต้องใช้หน้าต่างในการเปิดรับลมและอากาศจากภายนอก เพื่อให้บรรยากาศภายในห้องปลอดโปร่งโล่งสบาย ไม่อึดอัด ลูกน้อยได้สัมผัสอากาศจากธรรมชาติบ้าง ไม่ใช่ได้รับแต่อากาศจากพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพียงอย่างเดียว

เพียงแค่ทำตาม 5 ข้อที่เรานำมาฝากนี้ คุณก็สามารถเนรมิตห้องนอนเด็กที่ปลอดภัยไร้กังวลให้กับลูก ๆ ของคุณได้ ให้ลูกได้มีพื้นที่ส่วนตัวตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก จนก้าวเข้าสู่วัยรุ่น มีที่นอนเด็กที่อบอุ่น นอนหลับได้สบาย ปลอดภัยในทุกพื้นที่ เป็น Safe Zone ของลูกน้อยที่สร้างความสบายใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างแท้จริง