SIDS vs ลูกหัวแบน
โพสต์เมื่อ : 4 ต.ค 2565 เวลา 3:55 น.
ภาวะศีรษะแบน (flat head syndrome) : คือการที่กะโหลกศีรษะ มีรูปทรงที่ผิดจากปกติไป โดยความผิดปกติมีตั้งแต่ระดับที่มีเพียงบริเวณราบเล็กๆทางด้านข้าง ด้านใดด้านหนึ่ง หรือด้านหลัง มองเห็นไม่ชัด ไปจนถึงกะโหลกศีรษะแบนทางด้านท้ายทอย (brachycephaly) หรือเบี้ยวผิดรูป (plagiocephaly) ชัดเจน อาจมีลักษณะอื่นด้วยคือ มักหันหน้าไปทางเดียว หูข้างใดข้างหนึ่งพับไปด้านหน้ามากกว่าอีกข้าง และใบหน้าไม่ได้สมมาตร
สาเหตุ: โดยมากแล้วเกิดจากท่าทางการนอน
มีแรงกดไปบริเวณใดบริเวณหนึ่งต่อเนื่องนานๆ บ่อยๆ ในช่วงขวบปีแรก ที่กะโหลกศีรษะทารกยังไม่เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน (ในช่วงแรกเกิดกะโหลกศีรษะประกอบด้วยกะดูกหลายชิ้น มีส่วนกะหม่อมหน้าและหลังที่ไม่มีกะดูกหุ้ม เพื่อช่วยให้สามารถถูกบีบลดขนาดในขณะคลอด และขยายตามเนื้อสมองที่ เพิ่มปริมาตรขึ้นรวดเร็วในช่วงต้นของชีวิต เมื่ออายุมากขึ้นกะดูกจะเชื่อมเป็นชิ้นเดียว และมีกะดูกแข็งเต็มทั้งศีรษะ)
นอกจากนั้นยังต้องสังเกต และตรวจหาความผิดปกติร่วมที่เป็นสาเหตุ จำเป็นต้องได้รับการรักษาเช่น ภาวะคอเอียง (torticollis) กะดูกสันหลังคด (scoliosis) สมองและระบบประสาทพัฒนาการช้า (developmental delay) ความผิดปกติของการมองเห็นหรือการได้ยิน เป็นต้น
หลังจากปี 1990 เป็นต้นมา เกิดกะแสตื่นตระหนกเรื่องการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุของทารก (SIDS : sudden infant death syndrome) ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของเด็กวัย 2 สัปดาห์ ถึง 1 ปี ที่พบมากที่สุด
และ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการนอนคว่ำ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้พยายามจับเด็กนอนหงาย วิธีนี้อาจจะลดโอกาสเกิด SIDS ได้มาก แต่ก็ทำให้เกิดความผิดปกติของรูปทรงศีรษะทารกมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า จาก 1 ใน 300 เป็น 1 ใน 60 บางการศึกษาในประเทศแคนาดา หรือสหรัฐอเมริกา ช่วงก่อนปี 2000 พบความชุกของเด็กที่มีภาวะรูปทรงของศีรษะผิดปกติมากถึงกว่า 40%
เมื่อแรกคลอด ทารกที่คลอดทางช่องคลอดหรืออยู่ในท่าที่มีการกดเบียดศีรษะตั้งแต่ในครรภ์ ศีรษะอาจมีการเบี้ยว หรือผิดรูปได้ แต่จะค่อยๆกลับมาสู่รูปทรงปกติใน 6 สัปดาห์ หากหลังจากนี้ไปแล้วยังมีบริเวณที่แบน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีภาวะนี้ (จะพบบ่อยขึ้นในเด็กที่นอนหลับมากๆ คลอดก่อนกำหนด หรือศีรษะโต) ซึ่งบริเวณที่แบนลงมา ส่วนมากจะกลับมานูนปกติ หลังทารกเริ่มนั่งและคลานเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน แต่บางครั้งก็อาจเป็นถาวร
ยิ่งอายุมากขึ้น กะโหลกศีรษะทารก จากที่เคยนิ่ม ก็จะแข็งขึ้นเรื่อยๆ
***ดังนั้นหากพบว่ามีความผิดปกติหลัง 6 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์***
โดยการแก้ไขจะมีตั้งแต่การเปลี่ยนท่านอน ไม่ให้น้ำหนักกดลงตรงจุดที่แบน ไปจนถึงต้องใส่อุปกรณ์คล้ายหมวกนิรภัยเพื่อดัดปรับรูปทรงของศีรษะ
ที่มา : Page เรื่องเล่าจากโรงหมอ March 3,2019
สาเหตุ: โดยมากแล้วเกิดจากท่าทางการนอน
มีแรงกดไปบริเวณใดบริเวณหนึ่งต่อเนื่องนานๆ บ่อยๆ ในช่วงขวบปีแรก ที่กะโหลกศีรษะทารกยังไม่เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน (ในช่วงแรกเกิดกะโหลกศีรษะประกอบด้วยกะดูกหลายชิ้น มีส่วนกะหม่อมหน้าและหลังที่ไม่มีกะดูกหุ้ม เพื่อช่วยให้สามารถถูกบีบลดขนาดในขณะคลอด และขยายตามเนื้อสมองที่ เพิ่มปริมาตรขึ้นรวดเร็วในช่วงต้นของชีวิต เมื่ออายุมากขึ้นกะดูกจะเชื่อมเป็นชิ้นเดียว และมีกะดูกแข็งเต็มทั้งศีรษะ)
นอกจากนั้นยังต้องสังเกต และตรวจหาความผิดปกติร่วมที่เป็นสาเหตุ จำเป็นต้องได้รับการรักษาเช่น ภาวะคอเอียง (torticollis) กะดูกสันหลังคด (scoliosis) สมองและระบบประสาทพัฒนาการช้า (developmental delay) ความผิดปกติของการมองเห็นหรือการได้ยิน เป็นต้น
หลังจากปี 1990 เป็นต้นมา เกิดกะแสตื่นตระหนกเรื่องการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุของทารก (SIDS : sudden infant death syndrome) ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของเด็กวัย 2 สัปดาห์ ถึง 1 ปี ที่พบมากที่สุด
และ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการนอนคว่ำ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้พยายามจับเด็กนอนหงาย วิธีนี้อาจจะลดโอกาสเกิด SIDS ได้มาก แต่ก็ทำให้เกิดความผิดปกติของรูปทรงศีรษะทารกมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า จาก 1 ใน 300 เป็น 1 ใน 60 บางการศึกษาในประเทศแคนาดา หรือสหรัฐอเมริกา ช่วงก่อนปี 2000 พบความชุกของเด็กที่มีภาวะรูปทรงของศีรษะผิดปกติมากถึงกว่า 40%
เมื่อแรกคลอด ทารกที่คลอดทางช่องคลอดหรืออยู่ในท่าที่มีการกดเบียดศีรษะตั้งแต่ในครรภ์ ศีรษะอาจมีการเบี้ยว หรือผิดรูปได้ แต่จะค่อยๆกลับมาสู่รูปทรงปกติใน 6 สัปดาห์ หากหลังจากนี้ไปแล้วยังมีบริเวณที่แบน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีภาวะนี้ (จะพบบ่อยขึ้นในเด็กที่นอนหลับมากๆ คลอดก่อนกำหนด หรือศีรษะโต) ซึ่งบริเวณที่แบนลงมา ส่วนมากจะกลับมานูนปกติ หลังทารกเริ่มนั่งและคลานเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน แต่บางครั้งก็อาจเป็นถาวร
ยิ่งอายุมากขึ้น กะโหลกศีรษะทารก จากที่เคยนิ่ม ก็จะแข็งขึ้นเรื่อยๆ
***ดังนั้นหากพบว่ามีความผิดปกติหลัง 6 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์***
โดยการแก้ไขจะมีตั้งแต่การเปลี่ยนท่านอน ไม่ให้น้ำหนักกดลงตรงจุดที่แบน ไปจนถึงต้องใส่อุปกรณ์คล้ายหมวกนิรภัยเพื่อดัดปรับรูปทรงของศีรษะ
ที่มา : Page เรื่องเล่าจากโรงหมอ March 3,2019