ดีไซน์ที่ไม่มีชื่อ(10)

หลังจากเลี้ยงลูกน้อยมาได้สักระยะ คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจ ว่าที่จริงแล้วเราควรปล่อยให้ลูกน้อยนอนหลับยาว ๆ บนที่นอนเด็กให้เต็มอิ่ม หรือควรปลุกทุก ๆ 2 ชั่วโมงให้ตื่นขึ้นมากินนมกันแน่ เปิดตำราทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ก็ได้ข้อมูลที่แตกต่างกันจนสับสน ไม่รู้แน่ชัดว่าวิธีไหนคือวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับเจ้าตัวน้อยที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของคุณ

                วันนี้เราจึงมาส่งมอบข้อมูลที่แน่ชัดและน่าเชื่อถือ ข้อมูลที่สามารถฟันธงให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจ และสามารถนำไปใช้เลี้ยงลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี ลูกน้อยทั้งกินอิ่มนอนอิ่ม เติบโตได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี ที่พร้อมเรียนรู้ทุกอย่างรอบตัวได้อย่างสมวัย

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการนอนของเด็กแต่ละช่วงวัย

                ก่อนจะไปดูกันว่าเด็กควรนอนยาวหรือปลุกมากินนมเป็นระยะ ๆ นั้น เรามารู้กันก่อนดีกว่าว่าเด็กแต่ละช่วงวัยนั้นควรนอนวันละไม่น้อยกว่ากี่ชั่วโมง ที่จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง

  • ช่วงอายุ 1 เดือน เด็กควรนอนไม่น้อยกว่า 15-16 ชั่วโมงต่อวัน
  • ช่วงอายุ 2-12 เดือน เด็กควรนอนไม่น้อยกว่า 14-15 ชั่วโมงต่อวัน
  • ช่วงอายุ 1-3 ปี เด็กควรนอนไม่น้อยกว่า 12-14 ชั่วโมงต่อวัน
  • ช่วงอายุ 3-6 ปี เด็กควรนอนไม่น้อยกว่า 10-12 ชั่วโมงต่อวัน
  • ช่วงอายุ 7-12 ปี เด็กควรนอนไม่น้อยกว่า 10-11 ชั่วโมงต่อวัน
  • ตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ควรนอนไม่น้อยกว่า 8-9 ชั่วโมงต่อวัน

จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าในช่วงที่เป็นทารกแรกเกิด 1-12 เดือนแรกนั้น เด็กจะใช้เวลานอนหลับอยู่บนที่นอนทารกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกที่นอนเด็กมากพอสมควร เลือกที่ขนาดพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รวมถึงไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไปด้วย ที่สำคัญวัสดุที่ใช้ต้องไม่ระคายเคืองต่อผิวเด็ก จึงจะช่วยเสริมการนอนหลับของเจ้าตัวน้อยให้นอนได้นานต่อเนื่อง พักผ่อนเพียงพอ ส่งผลดีต่อพัฒนาการ

นอนยาวหรือปลุกกินนม แบบไหนกันแน่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ

                เฉลยให้ทราบเลยว่า จะปฏิบัติแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ โดยองค์ประกอบหลัก ๆ สรุปได้ดังต่อไปนี้

กรณีปล่อยให้ลูกนอนหลับยาว

  1. น้ำหนักของลูก หากอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือสูงกว่ามาตรฐาน ก็สามารถปล่อยให้นอนยาวหลับสบายอยู่บนที่นอนทารกได้เลย
  2. ความถี่ในการปัสสาวะ ปกติแล้วทารกที่กินนมพอ จะปัสสาวะบ่อยแม้ในขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วอย่างน้อย 4-6 ครั้งหรือมากกว่า

กรณีปลุกมากินนมเป็นระยะ

  1. น้ำหนักของลูก หากเด็กมีน้ำหนักที่ต่ำกว่าเกณฑ์ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักให้เข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน จึงจำเป็นต้องปลุกลูกขึ้นมากินนมอยู่เป็นระยะ โดยเว้นระยะห่างอย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมงในช่วง 1-3 เดือนแรก
  2. ความถี่ในการปัสสาวะ หากสังเกตดูแล้วว่าลูกปัสสาวะน้อยกว่าปกติ คุณแม่จำเป็นต้องปลุกและอุ้มเจ้าตัวเล็กออกจากที่นอนทารกเพื่อให้ลูกลืมตาและตื่นขึ้นมากินนมง่ายขึ้น

5 ขั้นตอนใช้ปลุกเจ้าตัวเล็กให้ตื่นขึ้นมากินนมได้อย่างไม่งอแง

  1. เปิดไฟใช้ไฟหรี่ ขณะลูกหลับควรปิดไฟเพื่อให้เขาหลับได้สนิท และค่อยเปิดไฟหรี่ หรือใช้ไฟที่ไม่สว่างมากนักก่อนปลุก เพื่อให้ห้องพอมีแสงสว่าง แต่ไม่สว่างจ้าเกินไปจนลูกน้อยรู้สึกแสบตา
  2. ขยับปุ๊บปลุกปั๊บ ให้คุณแม่คอยสังเกตเวลาลูกน้อยขยับตัว ไม่ว่าจะเป็นขยับแขน ขา หรือลำตัว หรือเด็กเล็กบางคนจะมีอาการดูดปาก ดูดนิ้ว ดูดผ้าอ้อมอยู่เป็นระยะ อาการเหล่านี้บ่งบอกให้ทราบว่าเด็กกำลังหิวนม แต่ต้องระวังไม่ควรปลุกขณะที่ลูกนอนหลับนิ่ง เพราะเป็นสัญญาณบอกว่าลูกน้อยกำลังเข้าสู่ช่วงหลับลึก ที่จะสร้างการนอนหลับที่มีคุณภาพให้กับร่างกาย
  3. สัมผัสเบา ๆ ในการปลุก หลังจากที่ลูกขยับตัว ให้คุณแม่ค่อยใช้มือสัมผัสเบา ๆ ที่หัวหรือลำตัว ค่อย ๆ ลูบช้า ๆ จนเจ้าตัวน้อยค่อย ๆ ลืมตา
  4. อุ้มออกจากที่นอนเด็ก หลังจากลูกน้อยลืมตา ให้คุณแม่ค่อย ๆ อุ้มลูกออกจากที่นอนเด็ก อุ้มเดินไปมา และพูดคุยหยอกล้อ หรือร้องเพลงให้ฟังสักครู่ อย่าเพิ่งป้อนนมในทันที
  5. นวดเพิ่มความสดใส ให้คุณพ่อคุณแม่นวดฝ่ามือ ฝ่าเท้า แขน ไหล่ และหลังอย่างเบามือ คลึงเป็นวงกลมช้า ๆ เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้ลูกน้อยตื่นมาอารมณ์ดี และพร้อมที่จะกินนมด้วยความสดใส

                      หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังสงสัย หลังจากอ่านบทความนี้ไปแล้ว คงจะพอคลายความสงสัยลงไปได้บ้าง ไม่มีกฎตายตัวว่าควรปลุกหรือปล่อยให้นอนยาว ทั้งนี้ต้องอาศัยปัจจัยเรื่องน้ำหนักตัวและความถี่ของปัสสาวะร่วมด้วย โดยแต่ละครั้งที่ปลุกน้องขึ้นมากินนม ควรใช้เวลาอย่างน้อย 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง โดยที่ต้องไม่ลืมว่าหลังลูกกินนมเสร็จแล้วต้องอุ้มพาดบ่าเพื่อให้เจ้าตัวน้อยเรอออกมาเสียก่อน ก่อนที่จะพากลับไปนอนหลับบนที่นอนเด็กที่เตรียมไว้ พร้อมให้ไออุ่นรักโอบกอดลูกน้อย จะช่วยให้ลูกหลับได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม