ดีไซน์ที่ไม่มีชื่อ(16)

สำหรับใครหลายคนอาจจะเห็นว่าเด็กแรกเกิดจนถึง 1 ขวบไม่มีกิจกรรมอะไรนอกจากการกินกับการนอน ทว่าจริง ๆ แล้วมีรายละเอียดที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตเพื่อให้ดูแลลูกน้อยอย่างตรงจุด โดยเฉพาะการนอนซึ่งต้องมีการจัดการสิ่งต่าง ๆ บนที่นอนทารกให้ปลอดภัย ส่งผลต่อการนอนหลับที่มีคุณภาพและพัฒนาการที่ดีของลูกน้อย เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ สามารถแบ่งช่วงเวลาสำหรับการสังเกตพัฒนาการและปรับเปลี่ยนวิธีดูแลเป็น 3 ช่วงวัยหลักที่สำคัญ

ช่วงเวลาต่าง ๆ ที่สำคัญ เพื่อการจัดที่นอนทารกเพื่อคุณภาพการนอนที่ดีในวัยแรกเกิด

1. วัยแรกเกิด-4 เดือน

ทารกในวัยนี้ยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนักนอกจากการหันซ้ายและหันขวาไปมา สภาพแวดล้อมบนเบาะนอนเด็กก็คือสถานที่สำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ สามารถฝึกการใช้สายตาเพื่อการมองเห็น ท่านอนที่เหมาะสมสำหรับทารกในวัยนี้คือท่านอนหงายและท่านอนตะแคง หากเป็นท่านอนคว่ำอาจเสี่ยงเกิดอันตรายจากการขาดอากาศหายใจได้ เนื่องจากเขายังไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อคอได้

2. 5 เดือน-6 เดือน

                เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 5 กล้ามเนื้อคอของเขาจะเริ่มแข็งแรงขึ้น หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าคอเริ่มแข็ง สามารถยกคอเองได้แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่หรือสมาชิกในครอบครัวก็ยังต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดหากเด็กนอนคว่ำบนที่นอนทารก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดอากาศหายใจ นอกจากนี้ ชั่วโมงในการนอนต่อวันก็จะลดลง จากเดิมที่อาจนอนประมาณ 16-18 ชั่วโมงต่อวัน ก็อาจลดลงเหลือ 14-16 ชั่วโมงต่อวัน และเวลานอนก็อาจจะยังไม่เป็นเวลา ซึ่งต้องค่อย ๆ ปรับสภาพให้เขาเรียนรู้ที่จะนอนเป็นเวลา

3. 7 เดือน-1 ปี

                เมื่อทารกมีอายุระหว่าง 7 เดือนถึง 1 ปี พัฒนาการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวของเขาก็จะเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทารกสามารถพลิกตัวด้วยตนเองได้แล้ว จึงสามารถนอนได้ทุกท่า ควรเน้นไปที่การสังเกตสิ่งของรอบตัวบนเบาะนอนเด็กว่าจะไม่มีอะไรที่ไปปิดหน้าระหว่างนอน รวมถึงไม่มีสิ่งของหรือวัสดุที่หยิบจับแล้วเป็นอันตรายต่อตัวทารก เพราะเขาสามารถคว้าสิ่งของต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้แล้ว

ลักษณะของสภาพแวดล้อมบนที่นอนทารกจัดที่นอนอย่างได้สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย

1. วัยแรกเกิด-4 เดือน

                หากเป็นไปได้ ควรให้ทารกนอนบนที่นอนทารกแยกจากการนอนบนเตียงเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อความปลอดภัยของตัวทารกเอง หากจำเป็นต้องนอนบนเตียงเดียวกันกับคุณพ่อคุณแม่จริง ๆ ก็ไม่ควรให้เด็กนอนตรงกลาง แต่ให้นอนข้างคุณแม่ฝั่งเดียวจะดีกว่า ระมัดระวังไม่ให้ผ้าห่มหรือหมอนปิดทับหน้าของทารก ไม่ควรใช้ผ้าห่มผืนหนาและมีน้ำหนักมาก นอกจากนี้ เบาะนอนทารกควรมีความแข็งแบบพอดี ๆ ไม่นุ่มหรือแข็งมากจนเกินไป

2. 5 เดือน-6 เดือน

                ด้วยความที่เด็กวัยนี้เริ่มรู้จักสิ่งรอบตัวมากขึ้น รู้จักสภาพอารมณ์ดีใจมากขึ้น บางครั้งเขาอาจฝันถึงสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็นแล้วตกใจจนตื่นนอนกลางคันได้ จึงควรจัดสภาพแวดล้อมที่ทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย ไม่มีวัตถุที่เป็นอันตรายหรือดูน่ากลัวอยู่ใกล้ ๆ วัสดุที่ใช้ในการผลิตที่นอนทารกก็ควรเป็นวัสดุที่ไม่มีอันตราย เพราะเขาอาจไปกัดหรือหยิบจับส่วนใดส่วนหนึ่งมาเข้าปากได้ หากต้องการแยกห้องนอนกันกับคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถเริ่มฝึกนอนแยกห้องกันได้ แต่ควรเป็นห้องที่อยู่ใกล้กันมากพอที่จะได้ยินเสียงร้องของเด็กได้

3. 7 เดือน-1 ปี

                เข้าสู่ช่วงที่ร่างกายของทารกเริ่มแข็งแรกอย่างเต็มที่ การจัดสภาพแวดล้อมของที่นอนทารกก็ควรปรับไปเป็นการเน้นความปลอดภัยจากการเคลื่อนไหวของเขามากขึ้น ควรมีราวกันตกเตียงเป็นซี่แนวตรง ห่างกันไม่เกิน5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเหนี่ยวราวกั้นแล้วปีนป่ายจนตกเตียง เบาะนอนเด็กที่ใช้ควรมีขนาดพอดีกับเตียง เพื่อไม่ให้เกิดร่องหรือรูต่าง ๆ ระหว่างเบาะกับราวกันตก เพื่อให้ไม่ให้เกิดอุบัติติเหตุจากการเคลื่อนไหวแล้วอวัยวะในร่างกายของเด็กไปติดอยู่ตามร่องหรือรูต่าง ๆ นั่นเอง

                จะเห็นได้ว่าการดูแลเรื่องการนอนไม่ใช่แค่การทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บนที่นอนทารกและการจัดวางสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ให้เหมาะสม ทั้งคุณภาพของการนอนหลับที่ดีและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ก็จะช่วยส่งเสริมให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีพัฒนาการที่ดีได้