oxybabythailand-article7
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ “การปรับวงจรชีวิตประจำวัน” “เปลี่ยนวิธีเข้านอน” และ “คำนึงถึงความรู้สึกของทั้งแม่และลูก” ทุกขึ้นตอนล้วนมีพื้นฐานมาจากหลักการเหล่านี้ ลองทำตามดูสัก 3-4 วันนะคะ

ขั้นตอนที่ 1 ปลุกลูกก่อน 7 โมง

ควรให้ลูกนอนแต่หัวค่ำ คือไม่เกิน 2 ทุ่มและปลุกลูกให้ตื่นภายใน 7 โมงเช้า โดยวิธีการปลุกคือ เปิดม่านให้แสงอาทิตย์ส่องมาในห้องนอน
เมื่อปลุกแล้วอย่ารีบอุ้มลูกขึ้นมาทันที เพราะอาจทำให้งอแงง่วงนอนได้
เริ่มกิจวัตรประจำวันตอนเช้าพร้อมบอกลูกด้วยว่ากำลังจะทำอะไร เช่น ไปเช็ดหน้ากันนะ ไม่เปลี่ยนผ้าอ้อมกันเถอะ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 2 ปรับเวลานอนกลางวันและทำกิจกรรมให้มากๆ

“การนอนหลับที่มีคุณภาพในตอนกลางคืน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมในตอนกลางวัน”
ในช่วงครึ่งวันเช้าควรทำกิจกรรมต่างๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ เช่น ไปเดินเล่น เพราะแดดยามเช้าจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเมลาโทนิน ทำให้เรารู้สึกง่วงนอนมากในตอนกลางคืน ทำให้หลับได้ดีขึ้นได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องการนอนกลางวัน ควรปฏิบัติดังนี้
ตั้งแต่แรกเกิดถึงช่วง 3 เดือนแรก ถ้าลูกง่วงให้เข้านอนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้า 4 เดือนขึ้นไป ควรกำหนดช่วงเวลาที่ให้ลูกนอน
การนอนกลางวันไม่ใช่ว่าให้นอนนานแค่ไหนก็ได้ แต่ควรปลุกเมื่อเห็นว่าลูกนอนได้ครบตามเวลาคร่าวๆ
ช่วงเวลาหลัง 5 โมงเย็น ไม่ควรให้ลูกนอนหลับเพราะจะส่งผลต่อการนอนตอนกลางคืน

ขั้นตอนที่ 3 ทำให้ 30 นาทีก่อนนอนเป็นช่วงเวลาแห่งความอบอุ่น

ช่วง 30 นาทีก่อนเข้านอนเป็นช่วงเวลาเสริมสร้างความผูกพันของแม่กับลูกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ให้เปิดไฟสลัวๆ ในห้องที่อยู่ด้วยกันเป็นประจำ สร้างบรรยากาศให้เหมือนช่วงโพล้เพล้โดยใช้แสงสีส้มจากโคมไฟที่ส่องแสงทางอ้อมหรือหลอดไฟดวงเล็กๆ เพราะแสงสีส้มจะช่วยให้จิตใจสงบ
สิ่งที่ควรทำคือ พูดกับลูกช้าๆ อย่างอ่อนโยน ห้ามดูโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเด็ดขาด ลืมเรื่องงานหรืองานบ้านให้หมด เอาใจใส่ลูกให้เต็มที่และสัมผัสลูกอย่างใกล้ชิด
หวังว่าเมื่อทำตามทั้ง 3 ขั้นตอนนี้แล้ว จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้อย่างสนิท และหลับยาวตลอดคืนนะคะ

ที่มา: หนังสือฝึกลูกนอนยาวสไตล์คุณแม่ญี่ปุ่น โดย เอ็ทสึโกะ ชิมิสึ